10 ตุลาคม 2553

พุทธวิธีในการสอน

                 
               พระพุทธเจ้าเมื่อจะทรงสอนใครแต่ละครั้ง  พระองค์ก็ทรงอาศัยองค์ประกอบหลายๆอย่าง   ในการสอนบุคคลระดับต่างๆ ที่มีพื้นฐานความรู้     สติปัญญาที่แตกต่างกัน   พระองค์ได้ประยุกต์คำสอนแต่ละลักษณะให้มีความเหมาะสม   เป็นการสอนที่แสดงถึงพุทธลีลาของพระองค์  ที่สำคัญการสอนในลักษณะนี้ของพระองค์  เป็นการนำเนื้อหาที่มีอยู่มาทำการตีความ  โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ตามสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วนำเข้าสู่หลักการที่ถูกต้อง  ตามคำสอนทางพระพุทธศาสนาดังนี้
วิธีการสอนแบบต่างๆ
                วิธีการสอนแบบต่างๆ ของพระพุทธเจ้าในหัวข้อนี้   ผู้เขียนได้กำหนดขอบข่ายตามลักษณะหัวข้อที่พระธรรมปิฎกกล่าวไว้ในหนังสือชื่อว่าพุทธวิธีการสอน   เพื่อง่ายต่อการจัดลำดับขั้นตอนการทำความเข้าใจ   ซึ่งการสอนธรรมะของพระพุทธเจ้ามีวิธีการที่หลากหลาย    พระองค์จะทรงพิจารณาจากบุคคลที่กำลังรับฟัง   ถ้าบุคคลมีระดับสติปัญญาน้อย  ก็จะทรงสอนธรรมะอีกรูปแบบหนึ่ง  ผู้มีปัญญามากก็จะใช้อีกรูปแบบหนึ่ง  แต่ถึงจะมีวิธีการสอนที่หลากหลายอย่างไร    เมื่อจัดเข้าอยู่ในประเภทแล้ว   จำแนกวิธีการสอนของพระพุทธเจ้าได้  ๔ ประเภทคือ
                .  แบบสากัจฉาหรือสนทนา  
                เป็นการสอนโดยใช้วิธีการถามคู่สนทนา เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจธรรมะและความเลื่อมใสศรัทธา    วิธีการสอนแบบนี้จะเห็นได้จากการที่พระองค์ใช้โปรดบุคคลในกลุ่มที่มีจำนวนจำกัดที่สามารถพูดตอบโต้กันได้   การสอนแบบนี้จะมีปรากฏในพระไตรปิฎกหลายๆที่  
                เช่นกรณีของปริพพาชกชื่อว่าวัจฉโคตร  ที่เข้าไปทูลถามเรื่องความเห็นสุดโต่ง ๑๐ ประการกับพระองค์   และก็ได้มีการสนทนาแบบถาม ตอบ  ในเรื่องดังกล่าวระหว่างปริพพาชกกับพระพุทธองค์ เป็นต้น   ในการสอนแบบสากัจฉาหรือสนทนา   จะมีการถามในรายละเอียดได้มากกว่าการสอนแบบทั่วไป   เพราะเป็นการให้ข้อมูลต่อกลุ่มชนที่มีจำนวนจำกัด    เมื่อพระพุทธองค์แสดงธรรมจบ   ผู้ฟังมักจะได้รับคุณวิเศษจากการฟังธรรมโดยวิธีนี้อยู่เสมอ               
                .   แบบบรรยาย  
                พระพุทธเจ้าจะทรงใช้ในที่ประชุมใหญ่ในการแสดงธรรมประจำวัน   ซึ่งมีประชาชนและพระสาวกเป็นจำนวนมากมารับฟัง  ถือว่าเป็นวิธีการที่พระพุทธองค์ใช้มากที่สุดในการแสดงธรรม    มีทั้งการแสดงธรรมที่มีใจความยาว และที่มีใจความแบบสั้นๆตามแต่สถานการณ์ที่เห็นว่าเหมาะสม  เช่น ในพรหมชาลสูตร   พระองค์ก็ได้บรรยายเกี่ยวกับเนื้อหาของศีลซึ่งแบ่งออกเป็น     ระดับคือ 
                )   ศีลระดับต้นที่เรียกว่าจุลศีล  
                )   ศีลระดับกลางที่เรียกว่ามัชฌิมศีล  
                )   ศีลระดับสูงที่เรียกว่ามหาศีล  
                และในตอนท้ายก็ทรงแสดงเรื่องทิฏฐิ  ทฤษฎีหรือปรัชญาของลัทธิต่างๆ ร่วมสมัยพุทธกาล    ซึ่งมีทั้งหมด ๖๒ ทฤษฎี   โดยพระพุทธเจ้าทรงนำมาแสดงหรือบรรยาย และชี้ให้เห็นว่า   พระพุทธศาสนามีความเห็น   หรือมีหลักคำสอนที่ต่างจากทฤษฎีทั้ง ๖๒ ประการนี้อย่างไร 
                .  แบบตอบปัญหา  
                การสอนแบบตอบปัญหาของพระพุทธเจ้า  จะทรงสอนให้พิจารณาดูลักษณะของปัญหาและใช้วิธีตอบให้เหมาะสมกัน   ซึ่งในการตอบปัญหาของพระองค์นั้น  จะทรงพิจารณาจากความเหมาะสม     ตามลำดับแห่งภูมิรู้ของผู้ถามเป็นสำคัญ   เช่น   ในเทวตาสังยุตที่มีเทวดาไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่า   บุคคลให้อะไรชื่อว่าให้กำลัง   ชื่อว่าให้วรรณะ   ชื่อว่าให้ความสุข   ชื่อว่าให้จักษุ   ชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง 
                พระพุทธเจ้าก็ตรัสตอบว่า   บุคคลที่ให้ข้าว   ชื่อว่าใ้กำลัง   ให้ผ้าชื่อว่าให้วรรณะ   ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข   ให้ประทีปชื่อว่าให้จักษุ     และผู้ให้ที่พักชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง  ส่วนผู้พร่ำสอนธรรมชื่อว่าให้อมตะ ในเนื้อหาดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงลักษณะการสอนแบบตอบปัญหา   และแสดงถึงการให้ความหมาย ด้วยการตีความคำถามในขณะเดียวกันด้วย
                .   แบบวางกฎข้อบังคับ  
                เป็นการสอนโดยใช้วิธีการกำหนดหลักเกณฑ์   กฎ   และข้อบังคับให้พระสาวกหรือสงฆ์ปฏิบัติ   หรือยึดถือปฏิบัติด้วยความเห็นชอบพร้อมกัน     วิธีการนี้จะเป็นลักษณะของการออกคำสั่งให้ผู้ศึกษาปฏิบัติตาม     ถือว่าเป็นการสอนโดยการวางระเบียบให้ปฏิบัติร่วมกัน   เพื่อความสงบสุขแห่งหมู่คณะ   ดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงบัญญัติพระวินัยต่างๆ   ซึ่งใช้เป็นข้อบังคับให้พระภิกษุได้ปฏิบัติตาม   และที่สำคัญกฎข้อบังคับที่พระองค์ทรงบัญญัตินั้น   สามารถเป็นตัวแทนของพระองค์ได้   ดังที่ทรงตรัสในวันที่จะเสด็จปรินิพพานว่า  ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว   บัญญัติแล้วแก่เธอทั้งหลาย   หลังจากเราล่วงลับไปก็จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย
          *ที่มา พระธรรมปิฎก (.. ปยุตฺโต),  พุทธวิธีในการสอน,  พิมพ์ครั้งที่  , (กรุงเทพมหานคร  :  โรงพิมพ์บริษัทสหธรรมมิก,  ๒๕๔๔).

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม