18 กรกฎาคม 2553

นิทานปรัชญาธรรม

หลงป่าเพราะฆ่าผู้นำ
มีคาราวานพ่อค้าอยู่กลุ่มหนึ่ง มีความประสงค์ที่จะเดินทางไปค้าขายต่างเมือง ในการเดินทางนั้นต้องข้ามป่าใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการหลงทาง พวกเขาทั้งหมดจึงได้ว่าจ้างชายนำทางที่รู้ที่ไปที่มาของป่าดังกล่าว
พอมาถึงกลางป่า ปรากฏว่าทั้งหมดได้มาเจอศาลร้างและต้นไม้ใหญ่ ด้วยความรู้สึกกลัวและความเชื่อในเรื่องเทพเจ้า พ่อค้าทั้งหมดก็คิดที่จะบูชาเทพเจ้าที่เฝ้าศาลร้างและต้นไม้ใหญ่นั้น
จะทำยังไงดีในเรื่องการบูชาเทพเจ้าเนี่ย ชายคนหนึ่งร้องถามขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนใจ
ตามประเพณีโบราณท่านว่า การบวงสรวงที่ดีที่สุดคือการฆ่าคนเพื่อบูชานะ เทพเจ้าจึงจะโปรดปรานและคุ้มครองเรา ชายผู้เป็นหนึ่งในกองคาราวานแสดงความคิดเห็น
แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ในที่นี้ก็มีแต่พี่น้องกันทั้งหมด ฆ่ากันเองเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรอก ฉันไม่เอาด้วยนะ สมาชิกในกลุ่มโต้แย้งอย่างแข็งขัน
พอกล่าวดังนั้นแล้ว ทุกคนในกองคาราวานก็มองไปที่ชายผู้นำทาง ด้วยความรักตัวกลัวตายของตนเองและพี่น้องร่วมค้าขาย ทั้งหมดได้จับชายผู้นำทางแล้วฆ่าบูชาเทพเจ้า เพราะคิดว่าจะเป็นการดีกว่าการแก้ไขด้วยวิธีอื่นๆ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเทพเจ้าจะมีอยู่จริงและโปรดปรานพวกเขาหรือเปล่า
เพราะความด่วนตัดสินใจอย่างไร้สติของพวกเขา หลังจากฆ่าผู้นำทางแล้ว ทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อไป แต่หารู้ไม่ว่าการกระทำตามความคิดของตัวเองครั้งนี้ เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์
พ่อค้าทั้งหมดไม่สามารถเดินข้ามป่าไปได้แม้แต่คนเดียว ต้องหลงทางกลางป่าใหญ่ สุดท้ายก็จบชีวิตในป่าเพราะสัตว์ร้ายและโรคภัยไข้เจ็บที่มารุมเร้าทุกคน ชีวิตพ่อค้าทั้งหมดจึงยุติลงเพียงเพราะทำตามสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ไม่เคยคิดตามสิ่งที่ตัวเองทำ

โครงการบรรพชาสามเณรหมู่และอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ประจำปี ๒๕๕๒

หน่วยอบรม วัดกุดลาด ตำบลกุดลาด อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

ระหว่างวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๒

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

๑. ชื่อโครงการ โครงการบรรพชาสามเณรหมู่และอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๒

๒. หลักการและเหตุผล

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาประเทศแบบทุนนิยมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ระบบคุณค่าที่ดีงามของสังคมไทยเสื่อมถอยลง จากการสำรวจของกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี พบว่ากลุ่มเด็กและวัยรุ่นมีแนวโน้มห่างเหินการปฏิบัติศาสนกิจวัยรุ่นร้อยละ ๔๕ ไม่เคยไปทำบุญตักบาตร และร้อยละ ๖๕ ไม่เคยไปวัดฟังธรรมเลย และจากการสำรวจการเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรมปี ๒๕๔๘ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า พุทธศาสนิกชนร้อยละ ๗๘ ไม่เคยอ่านหนังสือธรรม ร้อยละ ๗๓.๔ ไม่เคยรักษาศีล ร้อยละ ๕๔.๙ ไม่เคยฟังธรรมหรือดูรายการธรรมะ และร้อยละ ๔๓.๕ ไม่เคยสวดมนต์ จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างรวดเร็ว เกิดจากการรับค่านิยมและวัฒนธรรมที่มีพึงประสงค์ ทำให้ขาดความสำนึกในด้านคุณธรรมและจริยธรรมนำไปสู่การเกิดปัญหาทางสังคมต่างๆ เช่น ปัญหาพฤติกรรมทางเพศ พฤติกรรมการบริโภคที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย การขาดความมีน้ำใจ การใช้ความรุนแรง และปัญหายาเสพติด เป็นต้น หากเด็ก เยาวชน และประชาชนได้รับการฝึกฝนอบรมด้วยหลักธรรมทางศาสนาก็จะยกระดับจิตใจและเพิ่มพูนสติปัญญาให้แก่เด็กและเยาวชน สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดีในสังคมได้

ดังนั้น การที่ทางวัดกุดลาดสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เข้ารับการบรรพชาอุปสมบท และถือศีลปฏิบัติในช่วงปิดภาคเรียนภาคฤดูร้อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับวโรกาสอันเป็นมงคล คือ วันที่ ๒ เมษายน เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยใช้โอกาสดังกล่าวเป็นยุทธศาสตร์ในการชักชวนเยาวชนและประชาชนให้เข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ทางวัดกุดลาด จึงได้จัดโครงการบรรพชาอุปสมบทพระภิกษุสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อนเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้รับการพัฒนาคุณธรรม รับการปลูกจิตสำนึกค่านิยมที่ถูกต้อง เป็นดีมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนมีคุณธรรมนำความรู้ ตลอดถึงให้เห็นคุณค่าวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม เป็นการยกระดับจิตคุณภาพชีวิตและสังคมที่มีคุณภาพบนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติที่ถาวรและยั่งยืนต่อไป

๓. วัตถุประสงค์

๓.๑ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสวันคล้ายวันพระ-

ราชสมภพ ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๒

๓.๒ เพื่อส่งเสริมประเพณีการบรรพชาอุปสมบทเป็นศาสนทายาท

๓.๓ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน

๓.๔ เพื่อส่งเสริมเยาวชนได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคการศึกษาให้เป็นประโยชน์

๔. สถานที่ตั้งหน่วยอบรม

๔.๑วัดกุดลาด บ้านกุดลาด ตำบล กุดลาด เขต/อำเภอ เมืองอุบลราชธานี จังหวัด อุบลราชธานี

รหัสไปรษณีย์ ๓๔๐๐๐ โทร. ๐๘๗ ๒๕๖-๕๓๘๙ นามเจ้าอาวาส พระปลัดธีรพล อคฺคธมฺโม

๕. กลุ่มเป้าหมาย

๕.๑ บรรพชาสามเณร จำนวน ๑๐๐ รูป

๕.๒ อบรมเยาวชนชาย หญิง จำนวน ๑๐๐ คน

๕.๓ อบรมประชาชนทั่วไป จำนวน ๓๐๐ คน

รวม ๕๐๐ รูป/คน

๖. วิทยากรอบรมประจำโครงการ

วิทยากรฝึกอบรมทั้งหมด จำนวน ๑๒ รูป/คน

๗. งบประมาณในการดำเนินงานทั้งหมด

๗.๑ ค่าบริขารบรรพชาสามเณรหมู่ จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท

๗.๒ ค่าภัตตาหารเช้า-เพล-น้ำปานะ จำนวน ๙๕,๐๐๐ บาท

๗.๓ ค่าอุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน จำนวน ๘,๐๐๐ บาท

๗.๔ ค่ารักษาพยาบาล จำนวน ๓,๐๐๐ บาท

๗.๕ ค่าติดต่อประสานงาน/ประชาสัมพันธ์ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท

๗.๖ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท

รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน ๑๙๖,๐๐๐๐ บาท

๘.ระยะเวลาดำเนินการ

๘.๑ บรรพชา (เริ่มโครงการ ) วันที่ ๒๗ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

๘.๒ ลาสิกขา (สิ้นสุดโครงการ) วันที่ ๒๐ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

๙. หน่วยงานที่รับผิดชอบ

๙.๑ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี

๙.๒ คณะสงฆ์ ทายก-ทายิกา วัดบ้านกุดลาด

๙.๑ คณะสงฆ์และชาวบ้านในเขตตำบลกุดลาดและคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี

๙.๔ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และหน่วยงานราชการตำบลกุดลาด

๑๐. ที่มาของงบประมาณ

๑๐.๑ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี

๑๐.๒ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจังหวัดอุบลราชธานี

๑๐.๓ รับบริจาคจากประชาชนทั่วไป

๑๑. วิธีการดำเนินงาน

๑๑.๑ วัดกุดลาด ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน

๑๑.๒ ขอความเห็นชอบจากพระสงฆ์ หน่วยงานราชการ

๑๑.๓ แต่งตั้งกรรมการรับผิดชอบในการปฏิบัติงานฝ่ายต่าง ๆ

๑๑.๔ เชิญชวนเยาวชนและผู้ปกครองสมัครเข้าอบรม

๑๑.๕ ประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนเข้าร่วมปฏิบัติธรรมบำเพ็ญกุศล

๑๑.๖ ประชุมวางแผนแนวทางดำเนินโครงการและดำเนินตามแนวทางกิจกรรมที่วางไว้

๑๑.๗ เมื่อสิ้นสุดโครงการ ทำการสรุป ประเมินผล

๑๒. หลักสูตรและแนวการฝึกอบรม

๑. ภาควิชาการ ๒. ภาคปฏิบัติ ๓. ภาคกิจกรรม

- วิชาธรรมศึกษา - ทำวัตรสวดมนต์ - ออกรับบิณฑบาตนอกสถานที่

- วิชาศาสนพิธี - ฝึกสมาธิ แผ่เมตตา เดินจงกรม - ทัศนศึกษานอกสถานที่

- วิชาพุทธประวัติ - ฝึกมารยาทไทย - บำเพ็ญสาธารณประโยชน์

- วิชาวินัยบัญญัติ

๑๓. ที่ปรึกษาโครงการ

ที่

ชื่อ ฉายา/นามสกุล

ตำแหน่ง

โทรศัพท์

พระครูสารกิจโกศล ดร.

รองอธิการบดี วิทยาเขตอุบลราชธานี

๐๘-๑๙๖๖-๒๘๙๒

พระครูวิสิฐพัฒนาภรณ์

เจ้าคณะอำเภอเมือง

-

พระครูอินทสารโสภณ

เจ้าคณะตำบลไร่น้อย

-

พระครูอัครธรรมวิจารณ์

เจ้าอาวาสวัดบ้านค้อ

-

พระปลัดธีรพล อคฺคธมฺโม

ผู้อำนวยการโครงการฯ

๐๘๗-๒๕๖-๕๓๘๙

พระบัญชา เขมจิตฺโต

หัวหน้าโครงการฯ

๐๘๓-๔๖๙-๙๖๒๓

พระสิทธิชัย สิริธมฺโม

ฝ่ายวิชาการ

๐๘๗-๖๕๒-๔๖๗๓

พระบัญชา เขมวีโร ดร.

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

๐๘๕-๔๕๔-๓๙๒๔

พระอุดมศักดิ์ อุตฺตมจิตฺโต

เลขานุการโครงการฯ

๐๘๑-๔๑๔-๔๑๓๙

๑๐

นางลักขณา สมจิตร

อบต. บ้านกุดลาด หมู่ ๒

-

๑๑

นางเรณู ทองไทย

อบต. บ้านกุดลาด หมู่ ๙

๐๘๖-๕๘๕-๗๑๖๒

๑๒

ร.ต. สุพจน์ บุญจูง

ผู้ใหญ่บ้านกุดลาด หมู่ที่ ๒

๐๘๗-๒๖๒-๙๓๕๙

๑๓

นายยรรยง ไชยชนะ

ผู้ใหญ่บ้านกุดลาด หมู่ที่ ๙

๐๘๗-๙๖๔-๒๗๖๙

๑๔

นายไพรัช พิณทอง

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุดลาด

-

๑๕

นายสุวรรณ บุญจูง

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านผาแก้ว

-

๑๖

นายเฉลิมศักดิ์ กลิ่นบัว

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากน้ำ

-

๑๔. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑๔.๑ เยาวชน และประชาชน ได้รับความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางศาสนาและสามารถนำมา

ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้

๑๔.๒ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ได้มีโอกาสเข้าวัดร่วมกิจกรรม บำเพ็ญบุญ และปฏิบัติธรรม

๑๔.๓ ประเพณีการบรรพชาอุปสมบท ได้รับสืบทอดอย่างแพร่หลาย

๑๔.๔ เยาวชน และประชาชน มีคุณธรรม และจริยธรรมที่ดียิ่งขึ้น

๑๕. ติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่

ที่

ชื่อ - ฉายา/นามสกุล

ตำแหน่ง

โทรศัพท์

พระปลัดธีรพล อคฺคธมฺโม

ผู้อำนวยการโครงการฯ

๐๘๗-๒๕๖-๕๓๘๙

พระบัญชา เขมจิตฺโต

หัวหน้าโครงการฯ

๐๘๓-๔๖๙-๙๖๒๓

พระสิทธิชัย สิริธมฺโม

ฝ่ายวิชาการ

๐๘๗-๖๕๒-๔๖๗๓

พระบัญชา เขมวีโร ดร.

ฝ่ายประชาสัมพันธ์

๐๘๕-๔๕๔-๓๙๒๔

ร้อยตรีสุพจน์ บุญจูง

ผู้ใหญ่บ้านกุดลาด หมู่ที่ ๒

๐๘๗-๒๖๒-๙๓๕๙

นายยรรยง ไชยชนะ

ผู้ใหญ่บ้านกุดลาด หมู่ที่ ๙

๐๘๗-๙๖๔-๒๗๖๙

พระอุดมศักดิ์ อุตฺตมจิตฺโต

เลขานุการโครงการฯ

๐๘๑-๔๑๔-๔๑๓๙

- - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ปรัชญาและตรรกวิทยา

กฎ ๖ ประการที่ทำให้คนรักของ เดล คาร์เนกี้

กฎข้อ ๑ จงให้ความสนใจแก่บุคคลที่เราติดต่อด้วย และแก่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา โดยการแสดง ออกทั้งทางกาย (ท่าทาง) วาจา ใจ ไม่ควรพูดแต่เรื่องของตัวเอง

กฎข้อ ๒ จงยิ้ม การยิ้มช่วยสร้างรอยพิมพ์ใจให้บังเกิดแก่ผู้ที่พบเห็นทุกคน และก่อให้เกิด

มิตรภาพขึ้นทันที

กฎข้อ ๓ จำชื่อคนนั้น ๆ ให้ได้ และเรียกให้ถูกทุกครั้ง

กฎข้อ ๔ ให้ความสนใจฟังเรื่องที่เขาพูด ทำตนเป็นนักฟังที่ดี ให้เขาพูดเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาตามความพอใจของเขา แล้วเขาจะรักเราไม่รู้ลืม

กฎข้อ ๕ จงพูดในเรื่องที่เขากำลังคลั่งไคล้ไหลหลง และเรื่องที่เขามีความรู้ความชำนาญ เรื่องที่เขากำลังชอบ กำลังภูมิใจ หรือเรื่องที่เขากำลังได้รับความตื่นเต้นมาใหม่ ๆ

กฎข้อ ๖ จงทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ หรือชี้ให้เห็นจุดสำคัญดีเด่นในตัวเขา และทำเช่นนั้นด้วยความจริงใจ และแนบเนียน ทุกคนจะชอบท่าน เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ที่ชอบให้คนสรรเสริญ ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง

กฎ ๑๒ ประการที่จะเอาชนะใจคนให้หันมาตามแนวความคิดของเรา (เดล คาร์เนกี้)

กฎข้อ ๑ จงหลีกเลี่ยงการโต้เถียง เพราะถึงแม้จะเถียงชนะเขา แต่ก็ทำให้เสียมิตรภาพ

กฎข้อ ๒ จงแสดงความเคารพในความคิดเห็นของเขา อย่าบอกว่าเขาผิด

กฎข้อ ๓ ถ้าเราผิด จงรับผิดทันที

กฎข้อ ๔ จงเริ่มต้นด้วยการเป็นมิตร พูดจาไพเราะอ่อนหวาน ไม่นำเรื่องที่ขัดแย้งมากล่าวให้ขัดใจกัน

กฎข้อ ๕ จงทำให้เขาพูดยอมรับว่า "ใช่ ๆ" โดยเร็ว ถ้าทำโดยตรงไม่ได้ ก็ค่อย ๆ ทำทางอ้อมให้ยอมรับไปทีละขั้น

กฎข้อ ๖ จงปล่อยให้เขาพูด คุย ระบาย อย่างเต็มที่ อย่าพยายามหาเรื่องแย้ง หรือขัดคอ

กฎข้อ ๗ จงทำให้เขารู้สึกว่า "ความคิด" นั้นเป็นของเขา แล้วเขาจะคล้อยตามเราโดยง่าย ทั้ง ๆ ที่เป็นความคิดของเรา

กฎข้อ ๘ จงพยายามมองดูเรื่องต่าง ๆ ในแง่หรือสายตาของเขา

กฎข้อ ๙ จงแสดงความซาบซึ้งในความคิดของเขา หรือแสดงความเห็นใจในความต้องการของเขา

กฎข้อ ๑๐ จงพูดในสิ่งที่เขาภูมิใจ หรือเป็นปมเด่นของเขา ด้วยการกล่าวถึงความชาญฉลาด ความเชี่ยวชาญ เมตตาธรรม น้ำใจนักกีฬา อย่ากล่าวถึงปมด้อยหรือสิ่งที่เขาไม่พูดถึง

กฎข้อ ๑๑ จงเน้นความคิดเห็นของเขาให้เป็นเรื่องที่น่าฟัง กินใจ เห็นจริงเห็นจัง

กฎข้อ ๑๒ จงพูดยั่วยุท้าทายให้เกิดการกระทำตาม โดยชี้ให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่

น้อยหน้าใครในอนาคต